Web Analytics

Static Wikipedia: Italiano - Inglese - Francese - Spagnolo - Tedesco - Portoghese - Olandese - Polacco - Russo - CineseTurco - Svedese - Swahili - Afrikaans - Vietnamita - Ebraico - Greco - Arabo - Coreano - Finlandese - Winaray - Giapponese - Ungherese - Bulgaro - Farsi - Danese - HindiLituano - Lettone - Catalano - Euskera - Esperanto - Estone -Norvegese -Rumeno -
 Static Wikipedia - Other Languages:  aa - aab - als - am - amg - an -  arc- as - ba - bar - bat - bcl -  be - bh - bi - bm - bn - bo - bpy - br - bs - bug - bxr - cdo - ce - ceb - ch - cho - chr - chy - co - cr - crh - cs - csb - cu - cv - cy- diq - dib - dv - dzee - eml  - ext - fa - ff - fiu - fj - fo - frp - fur - fy - ga - gan - gd - gl - glk . gn - got - gugv - ha - hak  - hif - ho - hr - hsb  - hy - hz -ia- id - ie - ig - ii - ik - ilo - io - is - iu - jbo - jv - ka - kaa - kab - kg - ki - kj - kk - kl - km - kn - kr - ks - ksh - ku - kv - kw - ky - la - lad - lb - lbe - lg - li - lij - lmo - ln - lomdf - mg - mh - mi - mk - ml - mn - mo - mr - mt - mus -my - myv - mzn - na - nh - nap - ne - nds - new -ng - nn - nov - nrm - nv - ny - oc - om - or - os - pag - pa - pdc - pih - pi - pms - ps - qu - rm - rmy - rn - rw - sa- sah - sc -scn - sco -sd - se - sg - sh - si - simple - sk - sl - sm - sn - so - sr - srn - ss - st - stq - su - szl - ta - te - tet - tg - th - ti - tk - tl - tlh - tn - to - tpi - ts - tt - tum - tw - ty - udm - ug - uk - ur - uz - ve - vec - vi - vls - vo - wa - war - wo - wuu -xal - xh - yi - yo - za - zea - zu -  
Other Static Wikipedia: .org - .it - .net - .eu - com - controversi.org - literaturaespanola.es - Quality articles
Wikipedia for Schools: English - French - Spanish - Portuguese
101 free audiobooks - Stampa Alternativa - The Open DVD - Open Bach Project  - Liber Liber - PunchLibretti d'opera - Audioletture - Audible
Appunti di informatica libera - Conferenze - Audiobook PG - Bach Organ WorksEnglish PG - Italiano PG - GNUtemberg - Guide LinuxAnonymous PG -
Holy Bible: King James Version -  OnLine Bible - Spanish Reina Valera - French Segond - World English Bible - KJV Concordances - Concordanza Biblica -
ปารีส - วิ?ิพีเดีย

ปารีส

จา?วิ?ิพีเดีย สารานุ?รมเสรี

พิ?ัดภูมิศาสตร์: (2144700)_region:FR 48°52′0″N, 2°19′59″E

?รุงปารีส
ธงของปารีส
ตราประจำปารีส
ธงประจำเมือง ตราประจำเมือง

คำขวั?: Fluctuat nec mergitur
(ละติน: "Tossed by the waves, she does not sink")
ชื่อเล่น:นคร?ห่ง?สงไฟ, นคร?ห่งรั?ชั่วนิรันดร์

หอไอเฟลใน?รุงปารีส ถ่ายจา?เอสปลานาด ดู โตร?าเดโร
สถานที่ตั้ง
Image:Paris_plan_pointer_b_jms.gif
280pxปารีส
เขตเวลา CET (GMT +1)
พิ?ัด (2144700)_region:FR 48°52′0″N, 2°19′59″E
?ารบริหาร
ประเทศ ประเทศ?รั่งเศส
?คว้น อีล-เดอ-ฟรองซ์
จังหวัด ปารีส (75)
หน่วย?ารบริหารย่อย 20 เขต
นาย?เทศมนตรี ?บร์ตรองด์ เดอลาโน 
(พรรคสังคมนิยม (PS))
(พ.ศ. 2544 - พ.ศ. 2551)
City ข้อมูล
พื้นที่¹ 86.9 ตร.?ม.
ประชา?ร²
(พ.ศ. 2548 (ประมาณ))
2,153,600
 - อันดับที่ 1
 - ความหนา?น่น 24,783[1]/ตร.?ม. (พ.ศ. 2548)
ในเมือง
Unité urbaine 2,723 ตร.?ม. (พ.ศ. 2542)
 - ประชา?ร 9,644,507 (พ.ศ. 2542)
Aire urbaine 14,518.3 ตร.?ม. (พ.ศ. 2542)
 - ประชา?ร 12,067,000 (พ.ศ. 2550)
1 ?ารบันทึ?พื้นที่ของประเทศ?รั่งเศส ไม่นับรวมทะเลสาบ บ่อน้ำ?ละธารน้ำ?ข็งที่ให?่?ว่า 1 ตร.?ม. (0.386 ตร.ไมล์ หรือ 247 เอเคอร์) รวมทั้งปา?อ่าว?ละ?ม่น้ำ
ประเทศ?รั่งเศส

ปารีส (Paris) [paˈ?i / ˈpæɹɪs] เป็นเมืองหลวงของประเทศ?รั่งเศส ตั้งอยู่บน?ม่น้ำ?ซน บริเวณตอนเหนือของประเทศ?รั่งเศส บนใจ?ลาง?คว้นอีล-เดอ-ฟรองซ์ (Île-de-France หรือ Région parisienne (RP) ) ภายใน?รุงปารีสมีประชา?รประมาณ 2,167,994 คน[2] เขตเมืองปารีส (Unité urbaine) ซึ่งมีพื้นที่ขยายเ?ินขอบเขตอำนาจ?ารป?ครองของเมืองนั้น มีประชา?ร?ว่า 9.93 ล้านคน (พ.ศ. 2547) [3] ในขณะที่เขตมหานครปารีส (Agglomération parisienne) มีประชา?รเ?ือบ 12 ล้านคน[4]?ละเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีประชา?รสูงที่สุด?ห่งหนึ่งในทวีปยุโรป[5]

จา??ารตั้งถิ่น?านมา?ว่า 2 พันปี ปัจจุบัน?รุงปารีสเป็นหนึ่งในศูนย์?ลางทางเศรษ??ิจ?ละวัฒนธรรมที่ล้ำสมัย?ห่งหนึ่งของโล? ?ละด้วยอิทธิพลของ?ารเมือง ?ารศึ?ษา บันเทิง สื่อ ?ฟชั่น วิทยาศาสตร์?ละศิลปะ ทำให้?รุงปารีสเป็นหนึ่งในเมืองที่สำคั?ที่สุด?ห่งหนึ่งของโล?[6] ?คว้นอีล-เดอ-ฟรองซ์เป็นศูนย์?ลางทางเศรษ??ิจของประเทศ?รั่งเศส ด้วยจำนวนเงิน?ว่า 500.8 ล้านล้านยูโร (628.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรั?ฯ) ซึ่งมา??ว่าหนึ่งส่วนสี่ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของประเทศ?รั่งเศสในปี พ.ศ. 2548[7] ?รุงปารีสยังเป็นสถานที่ทำ?ารของบริษัทยั?ษ์ให?่ 36 บริษัทจา?บริษัทยั?ษ์ให?่ 500 บริษัทจา??ารสำรวจของฟอร์จูน โ?ลบัล 500 (Fortune Global 500) อี?ด้วย[8] โดยเฉพาะย่านธุร?ิจที่สำคั??ห่งหนึ่งของทวีปยุโรป ลา เดฟองซ์[9] ทั้งยังเป็นที่จัดงานนิทรรศ?ารต่างๆ ซึ่งรวมถึงสหประชาชาติ ฯลฯ

ปารีสเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดัง?ห่งหนึ่งในโล? โดยมีนั?ท่องเที่ยวต่างชาติมา??ว่า 30 ล้านคนต่อปี[10] ?รุงปารีสเป็นหนึ่งใน 4 นครสำคั?ของโล? อี?สามนครคือ ลอนดอน, โตเ?ียว ?ละ นิวยอร์?

เนื้อหา

[??้] ?ำเนิดของชื่อ?ละความหมาย

คำว่า ปารีส ออ?เสียง [ˈparɪs] ในภาษาอัง?ฤษ?ละ [pa?i] ในภาษา?รั่งเศส เป็นคำที่มาจา?ชื่อเผ่าหนึ่งของชาวโ?ล เป็นที่รู้จั??ันในนาม "ปาริซี่" (Parisii) ซึ่งเป็นชาวเมืองที่อาศัยในสมัย?่อนโรมัน โดยที่เมืองมีชื่อเดิมว่า ลูเทเชีย (Lutetia) (ชื่อเต็ม Lutetia Parisiorum ?ปลว่า ลูเทเชีย?ห่งปาริซี่) ในระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 1 ถึง 6 ในช่วงที่อาณาจั?รโรมันยึดครอง ?ต่ในช่วง?ารครองราชย์ของจูเลียน ดิ อะโพสเทต (พ.ศ. 904 - พ.ศ. 906) ได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็นปารีส[11]

ปารีสมีชื่อเล่นมา?มาย ?ต่ชื่อที่โด่งดังที่สุดคือ "นคร?ห่ง?สงไฟ" (La Ville-lumière) ซึ่งหมายความว่าเป็นศูนย์?ลาง?ห่ง?ารเรียน?ละความรู้ ทั้งยังหมายความว่าเป็นเมืองที่สว่างไสวเต็มไปด้วย?สงไฟอี?ด้วย ตั้ง?ต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา นครปารีสมีชื่อเรีย?ในภาษา?สลงว่า "ปานาม" [panam] เช่น ฉันมาจา?ปานาม

พลเมืองชาวปารีสเป็นที่รู้จั??ันในนาม "ปารีเซียน" [pʰəˈɹɪzɪənz / pʰəˈɹi?ʒn̩z] ในภาษาอัง?ฤษ หรือ "ปารีเซียง" [pa?izjɛ̃] ในภาษา?รั่งเศส โดยคำนี้ บางครั้งจะถู?เรีย?อย่างดูถู?ว่า ปารีโ? (Parigots) [pa?igo] โดยประชาชนที่อาศัยนอ??คว้นของปารีส ?ม้ว่าบางครั้งชาวปารีเซียงจะชอบพอ?ับคำนี้?็ตาม

[??้] ประวัติ

ดูบทความหลั?ได้ที่ : ประวัติศาสตร์ปารีส

[??้] ยุคเริ่มต้น

หลั??านทางโบราณคดีใน?ารตั้งถิ่น?านบริเวณปารีสตั้ง?ต่ 4,200 ปี?่อนคริสต์ศั?ราชคือพว?ปาริซี่ ซึ่งเป็นเผ่าย่อยของพว?เซลติ?ซีนอนส์ โดยเป็นที่รู้จั?ใน?านะผู้ชำนา?ทางเรือ?ละ?ารค้าขาย ได้อาศัยอยู่บริเวณลุ่ม?ม่น้ำ?ซนตั้ง?ต่ 250 ปี?่อนคริสต์ศั?ราชเป็นต้นมา ต่อมาพว?โรมันได้ชัยชนะยึดครองที่ราบลุ่มปารีสใน 52 ปี?่อนคริสต์ศั?ราช โดยมี?ารตั้งถิ่น?านอย่างถาวรในตอนปลายของศตวรรษเดียว?ันบน?ั่งซ้ายของ?ม่น้ำ?ซน, เนินเขา?ซนต์-เชอเนอวี?อฟ?ละเ?าะอีล เดอ ลา ซิเต้ เมืองดัง?ล่าวนี้เดิมเรีย?ว่า "ลูเทเชีย" (Lutetia) ?ต่ต่อมาได้ทำให้เป็นชื่อในภาษาโ?ลเป็น "ลู?ตส" (Lutèce) ตัวเมืองได้ขยายอย่างรวดเร็วในศตวรรษต่อๆ มา?ละ?ลายเป็นเมืองที่ร่ำรวย เต็มไปด้วยตลาด ราชวัง อ่างอาบน้ำ วัดวาอาราม โรงละคร?ละโรงมหรสพให?่ เมื่อจั?รวรรดิโรมันล่มสลาย?ละ?ารบุ?ของเยอรมันในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 3 ทำให้ "ลู?ตส" อยู่ในช่วงต?ต่ำ?ละทรุดโทรม ในปี พ.ศ. 943 พลเมืองจำนวนมา?ได้อพยพออ?จา?เมืองลู?ตส ?ละหลัง?ารยึดครองอี?ครั้งหนึ่งของพว?โรมัน เมือง "ลู?ตส" ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "ปารีส"

[??้] ยุค?ลาง

ปราสาทลูฟร์ในคริสต์ศตวรรษที่ 15
ปราสาทลูฟร์ในคริสต์ศตวรรษที่ 15

ประมาณปี พ.ศ. 1043 ปารีสได้?ลายเป็นเมืองหลวงของ?ษัตริย์โ?ลวิสที่ 1 ?ห่ง?ฟรงค์ เมื่อโ?ลวิสที่ 1 ได้สวรรคตลง อาณาจั?ร?ฟรงค์ได้ถู??บ่งออ? ?ละปารีสได้?ลายเป็นเมืองหลวงของรั?อิสระขนาดเล็? ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 9 สมัยราชวงศ์?าโร?ล็งเชียง เมืองปารีสได้?ลายเป็นเขต?าน?ำลังของพว?ศั?ดินา เค้านต์?ห่งปารีสมีอำนาจมา?ขึ้น จน?ระทั่งมีอำนาจมา??ว่า?ษัตริย์?ห่ง?ฟรงค์ตะวันต? (Francie occidentale) เสียด้วยซ้ำไป เค้านต์?ห่งปารีสนามว่า "โอโด" (Odo) ได้ถู?เลือ?ให้เป็น?ษัตริย์?ทนชาร์ลส์ที่ 3 (ชาร์ลส์ อ้วน - Charles III le Gros) เนื่องจา?ชื่อเสียงอันโด่งดังของเขาที่ได้ป้อง?ันเมืองปารีสจา??ารโจมตีของพว?ไว?ิง (ศึ?ปารีส (พ.ศ. 1428 - พ.ศ. 1429)) ?ม้ว่าอีล เดอ ลา ซิเต้จะรอดจา??ารโจมตีของพว?ไว?ิง ?ต่?ั่งซ้ายของ?ม่น้ำ?ซนที่ไม่มี?ารป้อง?ัน?็ถู?ทำลายอย่างย่อยยับ ?ละ?ทนที่จะสร้างเมืองขึ้นมาใหม่บริเวณ?ั่งซ้ายของ?ม่น้ำ?ซน ชาวปารีสได้เริ่มที่จะขยายตัวเมืองไปทางด้าน?ั่งขวาของ?ม่น้ำ?ซน?ทน ในปี พ.ศ. 1530 อูช ?าเปต์ (Hugh Capet) เค้านท์?ห่งปารีสได้ถู?เลือ?ให้?ลายเป็น?ษัตริย์?ห่ง?รั่งเศส เป็นผู้?่อตั้งราชวงศ์?าเปเตียง?ละทำให้เมืองปารีสเป็นเมืองหลวงของประเทศ?รั่งเศส

ตั้ง?ต่ พ.ศ. 1733 พระเจ้าฟิลิปที่ 2 (Philippe Auguste) ได้สร้าง?ำ?พงเมืองล้อมรอบปารีสโดยมีลูฟร์เป็นป้อมปรา?าร?ั่งตะวันต??ละต่อมาในปี พ.ศ. 1743 ได้ตั้งมหาวิทยาลัยปารีสขึ้นมาซึ่งทำให้มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามายังปารีสเป็นจำนวนมา? ในช่วงนี้เองที่เมืองปารีสได้พัฒนาในหลายๆ ด้านซึ่งในปัจจุบันยังมีให้เห็นเช่น เ?าะ (อีล เดอ ลา ซิเต้) เป็นที่ตั้งรั?บาล?ละสถาบันสอนศาสนา ทาง?ั่งซ้ายของ?ม่น้ำ?ซนเป็นที่ตั้งสถาบันทาง?ารศึ?ษา เช่น มหาวิทยาลัย วิทยาลัย โรงเรียน ฯลฯ ส่วนทาง?ั่งขวาของ?ม่น้ำ?ซนเป็นที่ตั้งของ?ารค้าขาย?ละศูนย์?ลางทางเศรษ??ิจของปารีส เช่น ตลาดเลส์ อาลส์ (Les Halles)

ปารีสไม่ได้เป็นเมืองหลวงของประเทศ?รั่งเศสหลังจา?ถู?โจมตีโดยพันธมิตรของประเทศอัง?ฤษคือพว?บูร์?งด์ (Burgondes) ในสงครามร้อยปี ?ต่?็?ลับมาเป็นเมืองหลวงในปี พ.ศ. 1980 เมื่อพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 7 (Charles VII, le Victorieux) สามารถยึด?รุงปารีส?ลับคืนมา ?ม้ว่า?รุงปารีสเป็นเมืองหลวงของประเทศ?รั่งเศสอี?ครั้งหนึ่ง ?ต่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 7?็ตัดสินใจที่จะประทับ ณ ปราสาทหุบเขาลัวร์ ต่อมาในช่วงสงครามศาสนาของ?รั่งเศส (Guerres de religion) ?รุงปารีสเป็น?าน?ำลังหลั?ของพว?คริสต์นิ?ายคาทอลิ? โดยรุน?รงสุดในเหตุ?ารณ์โศ?นา??รรมวัน?ซงต์-บาร์เตเลมี (Massacre de la Saint-Barthélemy) ในปี พ.ศ. 2115 ต่อในปี พ.ศ. 2137 พระเจ้าอองรีที่ 4 ได้?่อตั้งราชสำนั?ใน?รุงปารีสอี?ครั้งหนึ่งหลังจา?ยึดเมืองมาจา?พว?คาทอลิ? ระหว่างสงคราม?ลางเมืองฟรงด์ (Fronde) ชาวปารีสได้ลึ?ฮือขึ้นประท้วง?ละ?่อ?ารจลาจล ซึ่งเป็นสาเหตุให้พระบรมวงศานุวงศ์ทั้งหลาย หลบหนีออ?จา??รุงปารีสในปี พ.ศ. 2191 พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ย้ายราชสำนั?อย่างถาวรไปยัง?วร์ซายส์ในปี พ.ศ. 2225 ศตวรรษต่อมา?รุงปารีสเป็นศูนย์?ลางของ?ารป?ิวัติ?รั่งเศส มี?ารโจมตีคุ?บาสตีย์ในปี พ.ศ. 2332?ละล้มระบอบ?ษัตริย์ในปี พ.ศ. 2335

[??้] คริสต์ศตวรรษที่ 19

?ารป?ิวัติอุตสาห?รรม จั?รวรรดิ?รั่งเศสที่ 2?ละยุคสวยงาม (Belle Époque) ช่วยนำพา?รุงปารีสไปสู่?ารพัฒนาที่ยิ่งให?่ที่สุดในประวัติศาสตร์?รั่งเศส ตั้ง?ต่คริสต์ทศวรรษ 1840 เป็นต้นมา ?ารเดินทางโดยรถไฟทำให้มีประชา?รจำนวนมา?หลั่งไหลเข้ามายัง?รุงปารีสเพื่อมาทำงานในอุตสาห?รรมต่างๆ ?รุงปารีสได้ผ่าน?ารบูรณะครั้งยิ่งให?่ภายใต้?ารป?ครองของจั?รพรรดินโปเลียนที่ 3?ละบารง โอสมานน์ ซึ่งได้เปลี่ยนถนนเล็?ๆ ในยุค?ลางจน?ลายเป็นถนนขนาด?ว้าง?ละมีตึ?รามบ้านช่องร่วมสมัยจำนวนมา?มาย ?ารเปลี่ยน?ปลงครั้งนี้มีจุดประสงค์ให้?รุงปารีสมีความสวยงาม?ละความสะอาดมา?ขึ้น?ว่าเดิม ถึง?ระนั้น?็มีประโยชน์ถ้าเ?ิดมีเหตุ?ารณ์ป?ิวัติหรือเหตุ?ารณ์รุน?รง เพราะ?องทหารม้า?ละปืนไรเฟิลสามารถต่อ?ลอน?ับ?ลุ่มพว?จลาจล ในขณะที่?ลยุทธ์ใน?ารซุ่มโจมตีหรือส?ัด?ั้นที่ใช้มา?ในสมัย?ารป?ิวัติ?รั่งเศสจะเป็น?ารล้าสมัย

ในปี พ.ศ. 2375 ?ละ พ.ศ. 2392 อหิวาต?โรคระบาดพลเมืองชาวปารีส ?ค่?ารระบาดในปี พ.ศ. 2375 เท่านั้น?็มีผู้ป่วย?ว่า 20,000 คนจา?ประชา?ร 650,000 ในขณะนั้น ?รุงปารีสยังได้เสียหายครั้งยิ่งให?่หลังจา?สงครามฟรังโ?-ปรัสเซีย (พ.ศ. 2413 - พ.ศ. 2414) , ?ารโค่นล้มจั?รพรรดินโปเลียนที่ 3, เทศบาลปารีส (La Commune de Paris - พ.ศ. 2414) ได้ทำให้?รุงปารีสลุ?เป็นไฟหลังจา??ารต่อสู้?ันระหว่างเทศบาล?ับรั?บาล ซึ่งเหตุ?ารณ์นี้เป็นที่รู้จั??ันในนาม "สัปดาห์?ห่งเลือด" (Semaine sanglante)

?รุงปารีสได้?ลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะจัดงานนิทรรศ?ารนานาชาติ 1889 (พ.ศ. 2432) ทั้งนี้ได้มี?ารสร้างหอไอเฟลเพื่อเฉลิมฉลอง?ารป?ิวัติ?รั่งเศสครบรอบ 100 ปี เพื่อ?สดงถึงศั?ยภาพของประเทศ?รั่งเศสในด้านวิศว?รรมศาสตร์?ค่ "ชั่วคราว" เท่านั้น ซึ่งสิ่ง?่อสร้างชิ้นนี้ได้?ลายเป็นสิ่ง?่อสร้างที่สูงที่สุดในโล?จนถึงปี พ.ศ. 2473 ?ละ?ลายเป็นสั?ลั?ษณ์ของ?รุงปารีสไปโดยปริยาย ส่วนงานนิทรรศ?ารนานาชาติ 1900 (พ.ศ. 2443) ได้มี?ารเปิดตัวรถไฟฟ้าปารีสเป็นครั้ง?ร? หลังจา?นั้น?็ได้มี?ารจัดนิทรรศ?าร?ละงาน?สดงสินค้าต่างๆ มา?มายซึ่งทำให้?รุงปารีสเป็นสถานที่ท่องเที่ยว?ละดึงดูดชาวต่างชาติเป็นจำนวนมา?ทั้งในด้านเศรษ??ิจ?ละเทคโนโลยี

[??้] คริสต์ศตวรรษที่ 20

ระหว่างสงครามโล?ครั้งที่ 1 ?รุงปารีสได้อยู่ใน?นวหน้าของ?ารรบ โดยรอดจา??ารโจมตีของเยอรมนีไปได้ที่สงคราม?ห่งมาร์นในปี พ.ศ. 2457 ในช่วงปี พ.ศ. 2461 - พ.ศ. 2462 ?รุงปารีสได้?ลายเป็นที่สวนสนาม?ห่งชัยชนะของ?่ายสัมพันธมิตร?ละเป็นที่เจรจาสันติภาพอี?ด้วย ในช่วงระหว่างสงคราม ?รุงปารีสได้มีชื่อเสียงจา?ศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ?ละชีวิตยามค่ำคืน เมืองนี้ได้?ลายเป็นศูนย์รวมของจิตร?รชื่อดังทั่วโล? ตั้ง?ต่นั?ประพันธ์ชาวรัสเซีย สตราวินส?ี จิตร?รชาวสเปน ปี?ัสโซ?ละดาลีจนถึงนั?ประพันธ์ชื่อดังชาวอเมริ?ันอย่างเฮมิงเวย์ ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2483 5 สัปดาห์หลังจา??ารเริ่มต้นของสงคราม?ห่ง?รั่งเศส ?รุงปารีสได้ต?อยู่ภายใต้?ารป?ครองของ?องทัพนาซีเยอรมันจน?ระทั่ง?ารปลดปล่อยปารีสในเดือน?ร?ฎาคม พ.ศ. 2487 2 เดือนหลังจา??ารบุ?นอร์มองดีของ?่ายสัมพันธมิตร

อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ใน?รุงปารีส โดยข้างหลังเป็นหอไอเฟล ปี พ.ศ. 2483
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ใน?รุงปารีส โดยข้างหลังเป็นหอไอเฟล ปี พ.ศ. 2483

?รุงปารีสได้ยืดหยัดท่าม?ลางสงครามโล?ครั้งที่ 2โดยไม่ได้รับความเสียหายใดๆ เนื่องจา?ภายใน?รุงปารีสไม่มีเป้าทางยุทธศาสตร์สำหรับ?่ายสัมพันธมิตรใน?ารวางระเบิด (สถานีรถไฟใน?รุงปารีสเป็นเพียง?ค่สถานีปลายทาง โรงงานที่สำคั?ๆ ตั้งอยู่บริเวณชนบททั้งสิ้น) ?ละด้วยความสวยงามทางวัฒนธรรม ทำให้พลเอ?ดีทริช ฟอน โชลทิทซ์ (General der Infanterie Dietrich von Choltitz) นายทหารเยอรมันขัดคำสั่งของอดอลฟ์ ฮิตเลอร์ใน?ารทำลาย?รุงปารีส?ละอนุสาวรีย์ที่สำคั??่อน?ารถอนทหารเยอรมันออ?จา?ปารีส ทำให้ชาว?รั่งเศสบางคนมองว่าพลเอ?ดีทริช ฟอน โชลทิทซ์เป็นผู้ช่วยเหลือ?รุงปารีส

ในยุคหลังจา?สงคราม ปารีสได้มี?ารพัฒนาอย่างครั้งยิ่งให?่อี?ครั้งหนึ่งหลังจา?สิ้นสุดยุคสวยงาม (Belle Époque - พ.ศ. 2457) พื้นที่ในชนบทขยับขยายออ?ไปอย่างต่อเนื่อง ?ละมี?าร?่อสร้างที่อยู่อาศัยอย่างมา?มาย ทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของลา เดฟองซ์ (La Défense) ศูนย์?ลางด้านธุร?ิจของประเทศ?รั่งเศส มี?ารสร้างรถไฟ?อร์เออ?อร์ ต่อจา?รถไฟฟ้าปารีส เพื่อที่จะรองรับ?ารขนส่งมวลชนในชนบท ส่วน?ารสร้างถนนนั้น มี?ารสร้างถนนเปรีเฟริ? (Boulevard périphérique de Paris) ซึ่งเป็นถนนวง?หวน 8 เลนล้อมรอบ?รุงปารีส

ตั้ง?ต่คริสต์ทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา เขตชนบทชั้นในหลาย?ห่งของปารีส (โดยเฉพาะทาง?ั่งตะวันออ?) มี?ารลด?ารผลิตทางอุตสาห?รรมลงไป ?ละเขตที่มี?ารเติบโตได้ค่อยๆ ?ลายเป็นเขต?ออัดที่เต็มไปด้วยพว?อพยพ?ละต?งาน ในขณะเดียว?ัน เมืองปารีส (ภายในวง?หวนเปรีเฟริ? (Périphérique)) ?ละชนบท?ั่งตะวันต??ละใต้ประสบความสำเร็จใน?ารเปลี่ยน?านเศรษ??ิจของตนเอง จา??ารผลิตสินค้าย่อยๆ จน?ลายเป็นอุตสาห?รรมด้วย?ารบริ?าร?ละเทคโนโลยีระดับสูง ซึ่งทำให้ผู้ที่อาศัยอยู่ใน?ถวนั้นมีความร่ำรวย ส่งผลให้บริเวณนั้นมีรายได้ต่อคนสูงที่สุดในทวีปยุโรป ด้วยเหตุที่มีช่องว่างระหว่างชนชั้นในทั้งสอง?ห่งทำให้เ?ิดความไม่สงบอยู่เป็นบางครั้งในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1980 หรือเช่นในปี พ.ศ. 2548 เ?ิดเหตุไม่สงบในชนบททางตะวันออ?เฉียงเหนือของประเทศ?รั่งเศส

[??้] ภูมิศาสตร์

ปารีสตั้งอยู่บน?ม่น้ำ?ซน ซึ่งรวมถึงเ?าะอี?สองเ?าะคือ อีล ?ซงต์-หลุยส์ (Île Saint-Louis) ?ละ อีล เดอ ลา ซิเต้ (Île de la Cité) ซึ่งเป็นส่วนที่เ?่า??่ที่สุดของเมือง ภูมิประเทศของปารีสโดยรวมคือ เป็นที่ราบลุ่ม โดยมีจุดต่ำสุดอยู่ที่ 35 เมตร (114 ฟุต) เหนือระดับน้ำทะเล ทั้งยังมีเนินเขาอี?หลาย?ห่ง เนินเขาที่สูงที่สุดคือ มงต์มาร์ตร์ (Montmartre) (130 เมตร (426 ฟุต))

พื้นที่ของปารีส ซึ่งไม่รวมสวนสาธารณะบัวส์ เดอ บูโล? (Bois de Boulogne) ?ละบัวส์ เดอ ?วง?ซนน์ (Bois de Vincennes) คือประมาณ 86.928 ตาราง?ิโลเมตร (33.56 ตารางไมล์) ?าร?บ่ง?ละรวมเขตครั้งสุดท้ายที่ให?่ที่สุดคือในปี พ.ศ. 2403 ซึ่งทำให้มีขนาดอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ทั้งยังทำให้เ?ิดเขต (Arrondissement) ที่หมุนรอบๆ ตามเข็มนาฬิ?าอี?ด้วย ตั้ง?ต่ปี พ.ศ. 2403 เป็นต้นมา เมืองปารีสมีขนาด 78 ?ม.² (30.1 ม.²) ?ละได้ขยายออ?ไปเป็น 86.9 ?ม.² (34 ม.²) ในปี พ.ศ. 2463 ?ละตั้ง?ต่ปี พ.ศ. 2472 เป็นต้นมา สวนสาธารณะบัวส์ เดอ บูโล??ละบัวส์ เดอ ?วง?ซนน์ได้ผนึ??ับตัวเมืองปารีสอย่างเป็นทาง?าร ทำให้?รุงปารีสมีขนาด 105.397 ?ม.² (40.69 ม.²) จนถึงปัจจุบัน

ขนาดของ?รุงปารีสหรือเขตเมืองปารีสนั้นมี?ารขยายตัวออ?ไปเ?ินเขตเมือง ทำให้เ?ิดรูปร่างเป็นวงรี ขยายตัวไปตาม?ม่น้ำ?ซน?ละ?ม่น้ำมาร์น ทางทิศตะวันออ??ละตะวันออ?เฉียงใต้ของตัวเมือง ?ละตาม?ม่น้ำ?ซน?ละ?ม่น้ำอวส ทางทิศตะวันต??ละตะวันต?เฉียงเหนือ ?ละถ้าเลยไปยังชนบท ความหนา?น่นของประชา?รจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจา?มีป่า?ละที่ดินไว้สำหรับ?ารเพาะปลู? อย่างไร?็ตามเขตมหานครปารีส (Agglomération parisienne) มีเนื้อที่ถึง 14,518 ?ม² (5,605.5 ไมล์²) ซึ่งให?่?ว่าเนื้อที่?รุงปารีสถึง 138 เท่า

[??้] ภูมิอา?าศ

ปารีสมีภูมิอา?าศ?บบมหาสมุทร ซึ่งมีผลมาจา??ระ?สน้ำ?อต?ลนติ?เหนือ เพราะฉะนั้นอุณหภูมิในเมืองไม่ค่อยมีอุณหภูมิสูงหรือต่ำเ?ินไป อุณหภูมิเฉลี่ยของ?รุงปารีสคือ 15 °C (59 °F) ?ละจะอยู่ราว 7 °C (45 °F) สถิติอุณหภูมิสูงที่สุดที่วัดได้คือ 40.4 °C (104.7 °F) ในวันที่ 28 ?ร?ฎาคม พ.ศ. 2491 ?ละต่ำที่สุดที่เคยวัดได้คือ −23.9 °C (−11.0 °F) เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2422 เมืองปารีสได้ประสบ?ับอุณหภูมิร้อนจัดในปี พ.ศ. 2547 ?ละหนาวจัดในปี พ.ศ. 2549 มาเอง

?นสามารถต?ทุ?เมื่อ ?ละปารีส?็เป็นที่รู้จั?ดี?ับ?นต?ฉับพลัน ปารีสมีปริมาณน้ำ?นเฉลี่ย 641.6 มม. (25.2 นิ้ว) ต่อปี ส่วนหิมะมั?จะเ?ิดขึ้นน้อยครั้ง ส่วนมา?มั?จะต?ในช่วงเดือนม?ราคม?ละ?ุมภาพันธ์ (?ต่เคยต?ถึงเดือนเมษายนมา?ล้ว) ?ละไม่ค่อยพบว่าหิมะต?ติดต่อ?ันเ?ินวัน

อุณหภูมิเฉลี่ยของปารีส
เดือน ม?ราคม ?ุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน ?ร?ฎาคม สิงหาคม ?ันยายน ตุลาคม พฤศจิ?ายน ธันวาคม ปี
อุณหภูมิสูงสุด °C (°F) 7 (45) 9 (48) 13 (55) 16 (61) 20 (68) 23 (73) 24 (75) 25 (77) 22 (72) 16 (61) 10 (50) 8 (46) 15 (59)
อุณหภูมิต่ำสุด °C (°F) 4 (39) 4 (39) 6 (43) 9 (48) 12 (54) 15 (59) 16 (61) 16 (61) 12 (54) 8 (46) 4 (39) 4 (39) 7 (45)
ปริมาณน้ำ?น มม. (นิ้ว) 7.2 (0.3) 10.5 (0.4) 12.9 (0.5) 33.3 (1.3) 27.2 (1.1) 14.2 (0.6) 7.9 (0.3) 8.2 (0.3) 15.4 (0.6) 16.6 (0.7) 9.3 (0.4) 23.2 (0.9) 185.9 (7.3)
ที่มา:MSN Weather (30 ม?ราคม พ.ศ. 2550)


[??้] ทิวทัศน์ของเมือง

ภาพพาโนรามาของ?รุงปารีสยามค่ำคืน ถ่ายจา?ยอดตึ?มงต์ปาร์นาสส์
ภาพพาโนรามาของ?รุงปารีสยามค่ำคืน ถ่ายจา?ยอดตึ?มงต์ปาร์นาสส์

[??้] สถาปัตย?รรม

สถาปัตย?รรมปารีสในปัจจุบันนั้น มีผลมาจา??ารออ??บบ?ละสร้างเมืองใหม่ใน?ลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ?ต่?่อนเมืองปารีสเต็มไปด้วยถนน?คบๆ บ้านเ?่าๆ ที่สร้างด้วยไม้ ?ต่พอถึงต้นปี พ.ศ. 2395 บารอน เฮาส์มันน์ได้ปรับโฉม?รุงปารีสให้?ลายเป็นเมืองที่มีถนน?ว้าง ตึ?รามบ้านช่องสร้างด้วยปูน ฯลฯ ซึ่ง?็คือปารีสในปัจจุบันนี่เอง ?ผนในสมัยจั?รวรรดิ?รั่งเศสที่ 2 ยังมีผล?ระทบต่อปัจจุบันอี?ด้วย ในทาง?ฎหมายด้าน?าร?่อสร้างถนนหรือตึ?ต่างๆ ?ละจะไม่ค่อยเห็นตึ?สูงๆ เท่าไหร่นั?ใน?รุงปารีส ทำให้?รุงปารีสเป็นเมืองลั?ษณะเรียบๆ นั่นเอง

[??้] อ้างอิง

  1. ^ ไม่รวมบัวส์ เดอ บูโล??ละบัวส์ เดอ ?วง?ซนน์
  2. ^ Estimation de population par département, sexe et grande classe d’âge - Années 1990 à 2006 (?รั่งเศส)
  3. ^ Population des villes et unités urbaines de plus de 1 million d'habitants de l'Union Européenne (?รั่งเศส)
  4. ^ Aire Urbaine '99 - pop totale par sexe et âge (?รั่งเศส)
  5. ^ World Metropolitan Areas (อัง?ฤษ)
  6. ^ Inventory of World Cities(อัง?ฤษ)
  7. ^ Produits Intérieurs Bruts Régionaux (PIBR) en valeur en millions d'euros (?รั่งเศส)
  8. ^ Global Fortune 500 by countries: France (อัง?ฤษ)
  9. ^ Paris Ile-de-France, a head start in Europe (อัง?ฤษ)
  10. ^ Le tourisme se porte mieux en 2004 (?รั่งเศส)
  11. ^ The City of Antiquity (อัง?ฤษ)

[??้] ?หล่งข้อมูลอื่น

วิ?ิ?มเปีย
?ูเ?ิล
วิ?ิ?มเปีย มีภาพถ่ายทางอา?าศของ:
ปารีส
Commons
คอมมอนส์ มีภาพ?ละสื่ออื่นๆ เ?ี่ยว?ับ:
ปารีส

ภาษาอื่น